แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ กฎหมายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ กฎหมายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2555

สธ.ห้ามขายน้ำเมาวันอาสาฬหบูชา และวันเข้าพรรษา

กระทรวงสาธารณสุข ห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในวันพระใหญ่คือวันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษา สั่งสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทั่วประเทศประสานผู้ว่าราชการจังหวัด ตำรวจ ออกตรวจเข้มร้านค้า เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 - 3 สิงหาคม 2555 หากพบจะดำเนินคดีเด็ดขาด มีโทษจำคุก 6 เดือน ปรับ 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ขอความร่วมมือประชาชน หากพบเห็นผู้ลักลอบฝ่าฝืน แจ้งที่หมายเลข 0 2590 3342 ตลอด 24 ชั่วโมง

วันอาทิตย์ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2555

มาตรการใหม่ ลดเจ็บ-ตายอุบัติเหตุทางถนน

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เสนอนายกรัฐมนตรี เข้มงวด 4 มาตรการลดปัญหาเจ็บ-ตายจากอุบัติเหตุจราจรของประเทศ ทั้งการใส่หมวกกันน็อค คาดเข็มขัดนิรภัย การควบคุมการขายการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และการขับรถเร็ว โดยเตรียมเสนออีก 3 มาตรการใหม่ คือให้เพิ่มจำนวนเครื่องตรวจจับความเร็ว ออกกฎหมายบังคับให้รถโดยสารสาธารณะทั้งรถตู้ รถทัวร์ ติดตั้งเข็มขัดนิรภัยให้ครบทุกเบาะที่นั่งก่อนต่อทะเบียน และห้ามขาย ห้ามดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์บนทางสาธารณะ

วันเสาร์ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2555

กรมควบคุมโรคสุ่มสำรวจการขายสุราในสถานที่ห้ามขาย

นายแพทย์พรเทพ ศิริวนารังสรรค์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ในปีนี้ ได้ให้สำนักงานป้องกันและควบคุมโรคเขต ทั้ง 12 เขตทั่วประเทศ จัดทีมออกสุ่มสำรวจการขายสุราในสถานที่ห้ามขาย ได้แก่ ปั๊มน้ำมัน สวนสาธารณะ และสำรวจร้านค้าในชุมชนที่ขายสุราในเวลาห้ามขาย คือนอกเวลา 11.00 – 14.00 น. และ 17.00 – 24.00 น. ในวันที่ 11 และ 13 เมษายน 2555 ซึ่งจากการสำรวจในช่วงสงกรานต์ 2554 พบว่ามีการขายสุราในปั๊มน้ำมันลดลง แต่ขายในสวนสาธารณะ และขายในเวลาห้ามขายเพิ่มขึ้น ในปีนี้จะเข้มงวดมากขึ้น และส่งดำเนินคดีทุกรายและจากผลการสำรวจของสวนดุสิตโพลประชาชนยังพบเห็นการขายสุราในปั๊มน้ำมันบ่อยๆ ร้อยละ 24 และพบเห็นการขายสุราให้กับเด็กอายุต่ำกว่า 20ปีบ่อยๆ สูงถึงร้อยละ 39

อสม.ร่วมรณรงค์งดเหล้าและลดอุบัติเหตุ


นายแพทย์ไพจิตร์ วราชิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ได้สั่งการให้สถานบริการในสังกัดทั่วประเทศ จัดเจ้าหน้าที่และอสม.ร่วมรณรงค์ส่งเสริมความปลอดภัยกับหน่วยงานในพื้นที่    เน้นมาตรการ 3 ม 2 ข 1 ร และง่วงไม่ขับ และให้บริการประชาชนที่จุดตรวจ/จุดบริการประชาชนในพื้นที่ นอกจากนั้นยังให้สำนักงานป้องกันและควบคุมโรคเขต และเครือข่ายรณรงค์งดเหล้าและลดอุบัติเหตุ จัดทีมออกตรวจเตือนผู้ประกอบการและร้านค้า ให้ปฏิบัติตามกฎหมายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551 ทั้งในช่วงก่อนเทศกาลและช่วงเทศกาล

สธ.เตรียมความพร้อมรับอุบัติเหตุช่วงสงกรานต์ 55


นายวิทยา บุรณศิริ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วยนายแพทย์ไพจิตร์ วราชิต ปลัดกระทรวง นายแพทย์พรเทพ ศิริวนารังสรรค์ อธิบดีกรมควบคุมโรค และนายแพทย์ชาตรี เจริญชีวะกุล เลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ แถลงข่าวการเตรียมความพร้อมรองรับอุบัติเหตุช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2555 ระหว่างวันที่ 11-17 เมษายน 2555 ซึ่งปีนี้ ตั้งเป้าจะให้สงกรานต์มีความปลอดภัย ตายเป็นศูนย์ ให้ได้มากที่สุด

วันอังคารที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

พิษณุโลก ลงMOU ลด ละเหล้า บุหรี่ จังหวัดแรกของประเทศ

นายแพทย์บุญเติม ตันสุรัตน์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดพิษณุโลก เปิดเผยว่า จากการสำรวจเกี่ยวกับการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในประชากรที่อายุ 15 ปีขึ้นไป ของจังหวัดพิษณุโลกพบว่า ปี 2550 มีผู้ที่ระบุว่าปกติเป็นคนดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ สูงสุด เป็นลำดับที่ 8 ใน 10 จังหวัดแรกของประเทศ คิดเป็นร้อยละ 41.5 ส่วนการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในกลุ่มเยาวชนไทยอายุ 15–19 ปี จังหวัดพิษณุโลก ในปี 2550 สูงเป็นลำดับที่ 9 ใน 10 จังหวัดแรกของประเทศ คิดเป็นร้อยละ 22.6

วันจันทร์ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

สธ.เผยพิษเหล้า เหตุชาวโลกตายเฉลี่ยนาทีละเกือบ 5 คน

วันนี้ (6 ก.พ.) ที่กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี นายวิทยา บุรณศิริ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขพร้อมด้วย ดร.มัวรีน เบอร์มิงแฮม ผู้แทนองค์การอนามัยโลกประจำประเทศไทย ทพ.กฤษดา เรืองอารีย์รัชต์ ผู้จัดการสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และนายเดเร็กซ์ รูเทอร์ฟอร์ด (Mr. Derek Rutherford) ประธานกรรมการเครือข่ายแอลกอฮอล์ระดับโลก (GAPA) แถลงข่าวว่า ในวันที่ 13-15 กุมภาพันธ์ 2555 ที่จะถึงนี้ ประเทศไทยได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพจัดประชุม “นโยบายแอลกอฮอล์ระดับโลก”(Global Alcohol Policy Conference) ซึ่งจัดขึ้นครั้งแรกในโลก ที่อิมแพค เมืองทองธานี โดยความร่วมมือ 4 หน่วยงานหลัก ได้แก่ กระทรวงสาธารณสุข เครือข่ายแอลกอฮอล์ระดับโลก (GAPA) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และองค์การอนามัยโลก เพื่อสร้างแรงกระตุ้นให้ทุกประเทศปฏิบัติงานตามแผนยุทธศาสตร์ลดปัญหาจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในระดับโลก โดยจะมีผู้เชี่ยวชาญ นักวิชาการจากทั่วโลกเข้าร่วมประชุมกว่า 800 คน