วันศุกร์ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

แถลงข่าว ความคืบหน้าการบรรจุลูกจ้างชั่วคราว

นายแพทย์ประดิษฐ  สินธวรณรงค์
 นายแพทย์ประดิษฐ  สินธวรณรงค์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วยนายแพทย์ชลน่าน  ศรีแก้ว รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข นายแพทย์ณรงค์  สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข  ผู้แทนจากสภาการพยาบาล สำนักการพยาบาล และสภาเทคนิคการแพทย์ ร่วมกันแถลงข่าว ความคืบหน้าการบรรจุลูกจ้างชั่วคราว 21 สายวิชาชีพของกระทรวงสาธารณสุขเป็นข้าราชการพลเรือนสามัญ

นายแพทย์ประดิษฐกล่าวว่า รัฐบาลและกระทรวงสาธารณสุข เข้าใจปัญหาและสภาพจิตใจของบุคลากรสาธารณสุขที่ยังคงมีสถานะการทำงานเป็นลูกจ้างชั่วคราว และให้ความสำคัญปัญหานี้เป็นเรื่องเร่งด่วน จากการหารือระหว่างกระทรวงสาธารณสุข สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.)  คณะกรรมการกำหนดเป้าหมายและนโยบายกำลังคนภาครัฐ (คปร.) และสำนักงบประมาณ ได้ข้อสรุปเป็นมติตรงกันว่า ในช่วง 3 ปีตั้งแต่ปี 2555 – 2557 จะอนุมัติตำแหน่งข้าราชการให้กระทรวงสาธารณสุขเพื่อบรรจุลูกจ้างในระบบ 21 สายวิชาชีพทั้งหมด 30,188 อัตรา กำหนดขั้นตอนการบรรจุโดยเป็นตำแหน่งข้าราชการร้อยละ 75 จำนวน 22,641 อัตรา เฉลี่ยปีละ 7,547 อัตรา และอีกร้อยละ 25 ขอเป็นพนักงานกระทรวงสาธารณสุข จำนวน 7,547 อัตรา ซึ่งขณะนี้ กระทรวงสาธารณสุขได้จัดทำระเบียบพนักงานกระทรวงสาธารณสุขเสร็จเรียบร้อยแล้ว ปลัดกระทรวงสาธารณสุขได้ลงนามเสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เพื่อเสนอขอความเห็นชอบจากสำนักงบประมาณและกระทรวงการคลังต่อไป ซึ่งทั้ง 2 ขั้นตอนนี้จะดำเนินการควบคู่กัน
นายแพทย์ประดิษฐกล่าวต่อว่า ในปี 2555 นี้ ก.พ. ได้อนุมัติตำแหน่งข้าราชการให้กระทรวงสาธารณสุขทั้งหมด 10,494 อัตรา ซึ่งในจำนวนนี้จะเป็นการบรรจุลูกจ้างชั่วคราวที่ทำงานตั้งแต่พ.ศ. 2549 – 2551 จำนวน 7,547 อัตรา และใช้บรรจุนักเรียนทุนรัฐบาล 3 สายงาน ได้แก่ แพทย์ ทันตแพทย์ เภสัชกร จำนวน 2,947 อัตรา ในพ.ศ. 2556 และ 2557 มีตำแหน่งบรรจุข้าราชการปีละ 7,547 อัตรา ไม่รวมนักเรียนทุน 3 สายงาน ทั้งหมดนี้กระทรวงสาธารณสุขจะนำเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรีในวันที่ 18 ธันวาคม 2555 หลังจากครม.อนุมัติแล้ว จะดำเนินการได้ตั้งแต่ 1 มกราคม 2556 เป็นต้นไป
หลักเกณฑ์การบรรจุจะพิจารณากลุ่มแรกที่ทำงานตั้งแต่ พ.ศ.2549-2551 จะต้องผ่านการประเมินผลงานจากสถานที่ปฏิบัติงาน และสอบผ่านใบประกอบโรคศิลปะแล้ว ส่วนลูกจ้างชั่วคราวที่ยังไม่ผ่านหลักเกณฑ์ดังกล่าวจะได้รับการบรรจุเป็นพนักงานกระทรวงสาธารณสุขระหว่างรอการบรรจุเป็นข้าราชการ ซึ่งมีสวัสดิการดังนี้
  1. พนักงานกระทรวงสาธารณสุขสายวิชาชีพจะได้รับเงินเดือนในอัตรา 1.2 เท่าของข้าราชการ 
  2. เลื่อนค่าจ้างปีละ 1 ครั้งวงเงินร้อยละ 6 ต่อปีเท่าข้าราชการ ซึ่งสูงกว่าพนักงานราชการที่วงเงินร้อยละ 4 
  3. มีสิทธิ์ขอโยกย้าย ลาศึกษาต่อ ฝึกอบรม ศึกษาดูงาน ปฏิบัติการวิจัยได้ 
  4. ต่อสัญญาทุก 4 ปี และเลิกจ้างเมื่ออายุครบ 60 ปี 
  5. มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพสำหรับพนักงานกระทรวงสาธารณสุข 
  6. ได้รับสิทธิการรักษาพยาบาลในระบบประกันสังคม และทายาทสายตรงได้แก่บิดา-มารดา-สามีหรือภรรยาและบุตร ใช้สิทธิ 30 บาทที่มีเงื่อนไขพิเศษเพิ่มเติม 
  7. มีสิทธิ์การกู้เงินธนาคารออมสิน ธนาคารอาคารสงเคราะห์และสิทธิบัตรเครดิตธนาคารกรุงไทยได้ 
สำหรับเรื่องการจัดทำระเบียบพนักงานกระทรวงสาธารณสุข ได้เสนอสำนักงบประมาณและกระทรวงการคลังเพื่อให้ความเห็นชอบ โดยบุคลากรที่ทำงานในตำแหน่งลูกจ้างชั่วคราวทุกคนจะเป็นพนักงานกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งจะมีกรอบอัตรากำลังการบรรจุ และได้รับอนุมัติโดยคณะกรรมการพนักงานกระทรวงสาธารณสุขในแต่ละปี แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ
  • ประเภททั่วไป มี 3 กลุ่มได้แก่ 
  1. กลุ่มเทคนิค บริการ และบริหารทั่วไป 
  2. กลุ่มวิชาชีพ 
  3. กลุ่มเชี่ยวชาญ
  • ประเภทพิเศษ เช่น วิศวกร สถาปนิก เป็นต้น
อย่างไรก็ดี ขอให้ทุกฝ่ายมั่นใจเชื่อมั่นในมาตรการการแก้ไขปัญหากำลังคนของกระทรวงสาธารณสุข เพราะบุคลากรสายวิชาชีพทั้งหมดเป็นบุคลากรที่สำคัญที่จะดูแลชีวิตของผู้เจ็บป่วยให้ปลอดภัย และเป็นวิชาชีพที่ประชาชนเชื่อมั่นอยู่ในระดับแนวหน้าของทุกวิชาชีพ ฝากความหวังที่จะได้รับบริการอย่างญาติมิตร จรรยาบรรณวิชาชีพจึงมิอาจละเลยหรือลดหย่อนลงไป

ด้านนายแพทย์ณรงค์  สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข  กล่าวว่า ในช่วงพ.ศ. 2556-2557 กระทรวงสาธารณสุข ได้วางแผนด้านการพัฒนาระบบบริการเพื่อให้มีคุณภาพและประสิทธิภาพมากขึ้น ใน 4 เรื่องใหญ่ ได้แก่ 1.การทบทวนภารกิจและปรับปรุงระบบบริการทั่วประเทศ 2.พัฒนาระบบบริหารกำลังคนภาครัฐ 3.ปรับปรุงระบบการเงินการคลังของสถานบริการในสังกัด และ4.ขับเคลื่อนการนำมาตรการระยะยาวด้านกำลังคนไปสู่การปฏิบัติ เพื่อให้ประชาชนได้รับบริการที่ดีที่สุดและใกล้บ้าน

ขณะนี้กระทรวงสาธารณสุข มีบุคลากรทั้งสิ้น 320,000 คน เป็นข้าราชการ 180,000 คน และลูกจ้างชั่วคราว 140,000 คน ในจำนวนนี้เป็นลูกจ้างชั่วคราวปฏิบัติงานในสายวิชาชีพ 21 สายงาน ประมาณ 30,000 กว่าคน โดยการแก้ไขปัญหาได้แก้ไขทั้งระบบ ทุกสายวิชาชีพและสายสนับสนุน ให้ได้รับความเป็นธรรม ได้รับการดูแลอย่างเท่าเทียม เสมอภาค ทุกระดับ ทุกวิชาชีพมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหา ซึ่งการแก้ไขปัญหาระยะสั้นจะให้ความสำคัญกับสายวิชาชีพ จำนวน 30,000 คน ขณะเดียวกันลูกจ้างชั่วคราวที่เหลืออีกกว่า 1 แสนคนจะเป็นพนักงานกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งมีความมั่นคงและสวัสดิการที่ดีขึ้น สำหรับการจัดสรรตำแหน่งบรรจุข้าราชการ ขณะนี้ยังไม่ได้กำหนดจำนวนในแต่ละสายวิชาชีพ จะกำหนดหลักเกณฑ์การพิจารณาโดยให้ทุกวิชาชีพมีส่วนร่วม  เช่น ความขาดแคลนสาขาวิชาชีพ ระดับความกันดารของพื้นที่

นายแพทย์รงค์กล่าวต่ออีกว่า การแก้ไขปัญหาระยะยาว คือการปรับระบบบริการ เพื่อใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยโรงพยาบาลในเครือข่ายร่วมกันวางแผนบริหารจัดการ การใช้ทรัพยากร ทั้งกำลังคน งบประมาณ สิ่งก่อสร้าง ขณะนี้ได้เริ่มต้นแล้วโดยแบ่งเป็น 12 เครือข่ายบริการ และมีคณะกรรมการบริหารเครือข่าย จะขยายให้ชุมชน และองค์กรปกคองส่วนท้องถิ่นเข้ามามีส่วนร่วม ในอนาคตเครือข่ายจะบริหารเงินงบประมาณด้วยตนเอง

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น